ทำความรู้จัก “Naturist การเปลือยกายอย่างมีรสนิยม” หรือผู้ที่อยู่กับธรรมชาติโดยการเปลื้องผ้า

บนโลกใบนี้ มีสิ่งที่เรียกว่า “รสนิยม” ซึ่งคำว่ารสนิยมนี้สามารถแบ่งและจำแนกออกไปได้อีกหลากหลายประเภท แน่นอนว่ารสนิยมมีทั้งส่วนที่คนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่าดี แต่ขณะเดียวกันรสนิยมส่วนน้อยที่หลายคนอาจมองว่าแปลก ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเรื่องที่ผิดแต่อย่างใด เช่นเดียวกับเหล่า “Naturist” หรือผู้ที่นิยมการเเปลือยกายเพื่อใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ ที่คนในสังคมไทยอาจมองว่าเป็นสิ่งที่แปลก แต่ความจริงแล้วพวกเขาเหล่านี้เป็นเพียงกลุ่มคนที่มีรสนิยมอย่างหนึ่งที่คนในสังคมอาจจะยังไม่เข้าใจมากเพียงพอ เพราะฉะนั้นในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักเกี่ยวกับคำว่า Naturist ให้มากยิ่งขึ้นว่ามันคืออะไร และมีประวัติความเป็นมาอย่างไร

นิยามของคำว่า Naturist

Naturist เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากคำว่า “nature” ซึ่งหมายถึง “ธรรมชาติ” ดังนั้นหากจะนิยามคำว่า Naturist ให้เข้าใจง่ายที่สุด คงหมายถึง การที่คนๆ หนึ่ง มีมุมมองในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติโดยการเปลือยกาย ซึ่งอาจเรียกได้ว่ามันเป็นรสนิยมอย่างหนึ่งก็ไม่ผิดแต่อย่างใด

หรือถ้าจะให้กล่าวอีกนัยหนึ่ง Naturist เป็นกลุ่มคนที่มีแนวคิดว่าการเปลือยกายเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การส่งเสริม เพราะพวกเขาเหล่านี้มีความคิดที่ว่า การเปลือยหรือการแก้ผ้า สามารถให้ประโยชน์มากมายต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายสบายตัว รวมไปถึงสามารถช่วยให้เกิดความมั่นใจในเรือนร่างของตนเองเพิ่มมากขึ้นได้อีกด้วย

การเปลือย มนุษยชาติ และปัจจัยที่ทำให้การเปลื้องผ้าเป็นสิ่งผิดปกติในสังคม

ก่อนที่จะพูดถึงว่าเหล่า Naturist เกิดขึ้นได้อย่างไร อันดับแรกขอย้อนไปที่ประวัติศาสตร์ของการเปลือยกาย (Nudity) ของมนุษยชาติก่อน ในอดีตมนุษย์ยุคหินเก่าและหินใหม่ ยังไม่รู้จักการนำเสื้อผ้าหรือสิ่งนุ่มห่มมาใช้บดบังร่างกาย ดังนั้นอารยธรรมการเปลือยจึงถือเป็นเรื่องที่ปกติและธรรมดามากๆ ในยุคนั้นๆ แต่เมื่อกาลและเวลาผ่านไป รวมถึงปัจจัยในเรื่องของสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมที่ใช้พักอาศัย จึงทำให้มนุษย์เกิดการเรียนรู้ที่จะใช้สิ่งต่างๆมาบดบังร่างกายเพื่อความอยู่รอดมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นมนุษย์ในเมืองหนาว มีการนำหนังสัตว์มาใช้เพื่อให้ความอบอุ่นและบดบังความหนาวเย็นแก่ร่างกาย ส่วนมนุษย์ในโซนร้อนก็มีการนำใบไม้มาใช้เพื่อปกป้องผิวจากความร้อนและแสงแดดนั่นเอง
นอกจากปัจจัยในเรื่องของความอยู่รอดที่เรากล่าวไปข้างต้นแล้วนั้น อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้การเปลือยเริ่มเป็นสิ่งที่ผิดปกติในสังคมก็คือความอ่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับศาสนา โดยในยุคกลางหรือช่วงประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 15 การเปลื้องผ้าและการเปลือยกาย ถูกนำมาผูกกับความผิดบาปและความละอายมากยิ่งขึ้น ทำให้สิ่งเหล่านี้ค่อยๆหายไปจากสังคมโดยปริยาย แต่ถึงจะถูกมองว่าหายไป ในความเป็นจริงก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การเปลือยยังคงมีอยู่เพราะมันถือเป็นเรื่องปกติอย่างหนึ่งของมนุษย์ แค่ถูกซ่อนไว้ในมุมมืดของสังคมและไม่สามารถเปิดเผยมาในที่สาธารณะได้นั่นเอง

Naturist เกิดขึ้น และกลับเข้ามาในสังคมได้อย่างไร?

ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ในประเทศเยอรมนีมีการจัดตั้งสมาคมคนเปลือยกายที่ใช้ชื่อว่า Freikörperkultur (FKK) หรือในภาษาอังกฤษก็คือ Free Body Culture หรือ Culture of the Free Body ซึ่งหมายความว่าผู้คนที่ทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่สวมเสื้อผ้าหรือสวมใส่เสื้อผ้าให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
โดยนี่นับเป็นองค์กรแรกอย่างเป็นทางการ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อพยายามทำให้การเปลื้องผ้าหรือการเปลือยกายกลับมาเป็นเรื่องปกติอีกครั้งหนึ่งในสังคม โดยกิจกรรมของ Freikörperkultur มักเกิดขึ้นตามชายหาด, น้ำพุร้อน, สวนสาธารณะ และพื้นที่อื่น ๆ ที่เปิดกว้าง ซึ่งคนที่อยู่ในองค์กรนี้จะมีแนวคิดที่ว่า การเปลือยกายเป็นวิธีที่ดีที่จะเชื่อมต่อและสื่อสารกับธรรมชาติ รวมถึงสามารถทำให้ผู้คนรู้สึกภูมิใจและยอมรับในร่างกายของตัวเองได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
สำหรับ Freikörperkultur ไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะในเยอรมนี เมื่อเวลาผ่านไปเริ่มมีการพูดถึงและยอมรับแนวคิดนี้แพร่หลายไปสู่ทั่วโลกมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดมีการนิยามกลุ่มคนที่มีความคิดและร่วมกิจกรรมหล่านี้ขึ้นมาใหม่ด้วยคำว่า “Naturist” นั่นเอง

Naturist กับสังคมไทย

สำหรับการเปลื้องผ้าทำกิจกรรมต่างๆในประเทศไทย อาจจะยังไม่เป็นที่แพร่หลายเฉกเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในฝั่งอเมริกาและยุโรป ทั้งนี้อาจมีสาเหตุมากจากการที่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ จึงทำให้หลายคนยังมีอคติและทำให้กลุ่ม Naturist ยังไม่ถูกยอมรับจากสังคมมากเท่าที่ควร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ออกมาเปิดเผยว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Naturist หรือแม้บางคนอาจไม่ได้จัดว่าตนเองเป็น Naturist แต่ก็ให้ความเคารพและเข้าใจในแนวคิดรวมถึงความชอบของผู้อื่น ซึ่งนี่ถือเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ของการอยู่ร่วมกันในสังคม
เช่นเดียวกับที่บอกไปในต้นเรื่องว่า Naturist จัดเป็นรสนิยมอย่างหนึ่งของมนุษย์ แต่แค่รสนิยมนี้ยังไม่ถูกยอมรับมากเพียงพอ จนในบางครั้งหลายคนอาจมองว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่แปลก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากคนในสังคมเปิดใจและยอมรับความแตกต่างของแนวคิดซึ่งกันและกันได้ การอยู่ร่วมกันในสังคมก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายและงดงามมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

• https://kindconnext.com/kindcult/free-body-culture-german/
• https://www.nytimes.com/2016/10/24/t-magazine/travel/german-nudist-culture-fkk-freikorperkultur.html