Sex Rite คืออะไร ?
Sex Rite หรือ พิธีกรรมทางเพศ คือพิธีกรรมทางศาสนาหรือจิตวิญญาณรูปแบบหนึ่งที่ใช้กิจกรรมทางเพศเป็นแกนหลัก โดยมีจุดประสงค์ที่อยู่เหนือกว่าความสุขทางกายภาพทั่วไป
Sex Rite หรือ พิธีกรรมทางเพศ คือพิธีกรรมทางศาสนาหรือจิตวิญญาณรูปแบบหนึ่งที่ใช้กิจกรรมทางเพศเป็นแกนหลัก โดยมีจุดประสงค์ที่อยู่เหนือกว่าความสุขทางกายภาพทั่วไป
การฝึกที่กล่าวถึงนี้มักถูกเรียกว่า Neotantra หรือ Tantric Sexuality ซึ่งเป็นการนำหลักการของตันตระดั้งเดิมมาประยุกต์ใช้ในบริบทตะวันตก โดยมีหลักการสำคัญดังนี้: 1. พลังศักติ (Shakti) และศิวะ (Shiva) (หลักการจากตันตระและฮินดู) Shakti (ศักติ): คือ พลังงานแห่งการสร้างสรรค์ พลังงานที่เป็นเพศหญิง (Feminine Principle) และเป็นพลังงานที่เคลื่อนไหว (Kinetic Energy) ซึ่งในทางตันตระถือเป็นพลังงานพื้นฐานที่ขับเคลื่อนจักรวาล ในร่างกายมนุษย์ พลังงานนี้อยู่บริเวณฐานรากของกระดูกสันหลังในรูปของ กุณฑลินี (Kundalini) Shiva (ศิวะ): คือ จิตสำนึกบริสุทธิ์ หรือสติ (Consciousness) พลังงานที่เป็นเพศชาย (Masculine Principle) และเป็นความสงบนิ่ง (Static Energy) เป้าหมาย: พิธีกรรมทางเพศในทางตันตระไม่ได้มุ่งเน้นที่ความสุขทางกายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการรวมพลัง ศักติ (พลังงาน) เข้ากับ ศิวะ (สติ/จิตสำนึก) เพื่อยกระดับพลังงานชีวิต (Prana/Qi) ขึ้นสู่จักระที่สูงขึ้น การร่วมเพศจึงถูกมองว่าเป็น โยคะ รูปแบบหนึ่ง 2. … Read moreหลักการและแนวคิดเบื้องหลังการฝึก Sex Rite ในบริบททางจิตวิญญาณ
บทความนี้เขียนโดย Sally Kempton ซึ่งอธิบายถึงพลังของความเป็นผู้หญิงอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine Feminine) หรือ ศักติ (Shakti) ตามแนวทางคำสอนโยคะและตันตระ โดยเน้นย้ำถึงความเกี่ยวข้องของพลังนี้กับสถานการณ์ปัจจุบันของมนุษย์ 1. องค์ประกอบหลักของศักติ (Shakti) คำจำกัดความ: คำว่า ศักติ แปลว่า พลัง (Power) โดยตรง เป็นพลังงานสั่นสะเทือนอันละเอียดอ่อนที่เป็นแก่นแท้ของทุกสรรพสิ่งในจักรวาล ซึ่งปราชญ์โยคะในสายตันตระ (Tantra) เชื่อว่าเป็นพลังแห่งความเป็นผู้หญิงอันศักดิ์สิทธิ์ การสำแดงพลัง 5 ประการ: ศักติสำแดงออกมาเป็นพลัง 5 ด้านในทุกการกระทำสร้างสรรค์ของจักรวาล (และในตัวเรา) ได้แก่ พลังแห่งการมีสติรู้ (Power to be conscious) พลังแห่งความปิติสุข (Power to feel ecstasy) พลังแห่งเจตจำนงหรือความปรารถนา (Power of will, or desire) พลังแห่งการรู้ (Power to know) … Read moreศักติ (Shakti) การปลุกพลังแห่งเทพธิดาภายในของคุณ
วิถีปฏิบัติสู่การตื่นรู้: การแปรสภาพและเวทมนตร์ทางเพศ (Transformation & Erotic Magick) บทความนี้เน้นที่ ระดับที่ 2 ของการฝึก “วิชชาแม่มดสายตันตระ” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนพลังงาน “ต้องห้าม” ทางโลก (กิเลส/ความปรารถนา) ให้เป็น เชื้อเพลิง ในการตื่นรู้ (โมกษะ/ริกปา) โดยใช้หลักการ Non-Dualism (ความไม่แบ่งแยก) และเทคนิคขั้นสูงจากตันตระ 1. หลักการสำคัญ: การยอมรับในฐานะพลังงานบริสุทธิ์ หัวใจของระดับนี้คือการเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อ ความปรารถนา และ กิเลส ร่างกายคือวิหารศักดิ์สิทธิ์: ยอมรับร่างกายของคุณในฐานะ วิหารแห่งศักติ (Shakti’s Temple) ที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีการแบ่งแยกส่วนไหนดี ส่วนไหนต้องห้าม การฝึกแบบ Skyclad (เปลือยกาย) ในพื้นที่ส่วนตัวเป็นการปฏิบัติเพื่อละทิ้งหน้ากากทางสังคมและเชื่อมโยงกับธาตุตามธรรมชาติอย่างแท้จริง พลังงานดิบ (Raw Energy): ความปรารถนาทางเพศ (Erotic Drive) ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องปราบปราม แต่คือ พลังงานกุณฑาลิณี (Kundalini) … Read moreSex Rite และกิจกรรมทางเพศ สำหรับฝึกเพื่อยกระดับทางจิตวิญญาณ
วิชชาแม่มดสายตันตระ (Tantra Witchcraft) ที่มีการผสมผสานการฝึกแบบเปลือยกาย (Skyclad) และพลังงานทางเพศ (Erotism)
การเปลือยกายในพิธีกรรมของแม่มด (โดยเฉพาะในศาสนาวิคคา) มีชื่อเรียกว่า “Skyclad” ซึ่งแปลว่า “อาภรณ์แห่งท้องฟ้า” และเป็นหนึ่งในแนวทางปฏิบัติที่เก่าแก่และสำคัญของวิคคาบางสาย จุดประสงค์หลักของการทำเช่นนี้คือ: การเชื่อมโยงกับธรรมชาติ: การเปลือยกายช่วยให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นระหว่างร่างกายกับพลังงานของโลกและจักรวาล ความบริสุทธิ์และการเริ่มต้นใหม่: การสลัดเสื้อผ้าออกเปรียบเสมือนการสลัดสิ่งต่างๆ ที่สังคมสร้างขึ้น (เช่น การแบ่งแยกทางสังคม, สถานะ, ความอคติ) เพื่อเข้าถึงความจริงแท้ภายในตนเอง การปลดปล่อยพลังงาน: วิคคานเชื่อว่าเสื้อผ้าสามารถปิดกั้นและขัดขวางการไหลเวียนของพลังงานธรรมชาติ การเปลือยกายจึงช่วยให้พลังงานสามารถไหลผ่านร่างกายได้อย่างอิสระและสมบูรณ์ ความเท่าเทียมกัน: เมื่อทุกคนเปลือยกายในพิธีกรรม จะไม่มีความแตกต่างทางฐานะ สังคม หรือสถานะต่างๆ ทุกคนจะเท่าเทียมกันในฐานะลูกหลานของธรรมชาติ การแสดงออกถึงความจริงแท้: การเปลือยกายเป็นการแสดงออกถึงความจริงที่ว่าร่างกายเป็นส่วนหนึ่งที่ศักดิ์สิทธิ์และสวยงามของธรรมชาติ และเป็นสัญลักษณ์ของการยอมรับตัวตนที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แม่มดทุกคนหรือวิคคาทุกสายที่จะต้องฝึกแบบเปลือยกาย แนวทางนี้เป็นทางเลือกและขึ้นอยู่กับแต่ละกลุ่มหรือบุคคล การเลือกที่จะเปลือยกายหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของความเชื่อและเหตุผลส่วนตัว ซึ่งไม่ได้มีผลต่อประสิทธิภาพของเวทมนตร์หรือความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรมแต่อย่างใด
การฝึกตันตระสามารถนำไปสู่การเกิดในภพภูมิที่หลากหลายได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเจตนาและวิธีการฝึกของผู้ปฏิบัติเป็นหลัก โดยทั่วไปแล้ว การฝึกตันตระมีเป้าหมายสูงสุดคือการบรรลุ นิพพาน หรือการหลุดพ้นจากวัฏสงสาร ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ภพภูมิที่อาจเกิดขึ้นจากการฝึกตันตระ พรหมโลก: หากผู้ปฏิบัติมีสมาธิและปัญญาขั้นสูง มีความบริสุทธิ์ในจิตใจ แต่ยังคงมีattachmentในความสุขจากการปฏิบัติอยู่บ้าง ก็อาจจะไปเกิดใน พรหมโลก ซึ่งเป็นภพภูมิที่ละเอียดประณีตและมีความสุขมากกว่ามนุษย์และเทวดา นิพพาน: หากการฝึกปฏิบัติเป็นไปเพื่อการหลุดพ้นอย่างแท้จริง ละทิ้งความยึดมั่นถือมั่นทั้งปวง และเข้าถึงความว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์ ก็จะสามารถบรรลุ นิพพาน ได้ ซึ่งเป็นการสิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิด ภพภูมิมนุษย์หรือภพภูมิอื่น: หากผู้ปฏิบัติยังไม่บรรลุธรรมขั้นสูงสุด และยังมีกิเลสบางอย่างอยู่ เช่น ความปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้อื่น หรือความต้องการที่จะกลับมาสั่งสมบุญบารมีต่อไป ก็อาจจะกลับมาเกิดใน ภพภูมิมนุษย์ หรือ ภพภูมิอื่น เพื่อสานต่อเจตนาเดิม อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดของการฝึกตันตระไม่ใช่การคาดหวังว่าจะไปเกิดในภพภูมิใด แต่เป็นการใช้ชีวิตในปัจจุบันด้วยความเข้าใจในหลักการแห่ง ความสมดุล ระหว่างโลกิยะ (ทางโลก) และโลกุตระ (ทางธรรม) เพื่อพัฒนาตนเองให้ไปสู่การหลุดพ้นอย่างแท้จริง
การรู้จักและเข้าใจตนเอง มีข้อดีคือ การรู้ว่าตนเป็นอย่างไรมีจุดเด่นจุดด้อยอะไร และเมื่อกาย หรือใจ ไม่สบาย ก็สามารถรู้ทันและเยียวยาตนเองได้ นอกจากนั้นเมื่อเรารู้จักและ เข้าใจตนเองแล้วย่อมทำให้เราพร้อมที่จะเรียนรู้และเข้าใจยอมรับผู้อื่นได้เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีในทุกมิติของชีวิต ดังนั้น การทำความรู้จักจักระภายในจึงเป็นหลักการง่าย ๆ ที่ใช้อย่างแพร่หลายในการทำความรู้จักทั้งร่างกาย จักระ (Chakra) ในภาษาสันสกฤตหมายถึง “วงล้อ” หรือ “การหมุน” เป็นแนวคิดในปรัชญาตะวันออกที่เชื่อว่าเป็นศูนย์กลางพลังงานภายในร่างกายของมนุษย์ จักระเหล่านี้เชื่อมโยงกับอวัยวะ ระบบประสาท และต่อมไร้ท่อ โดยแต่ละจักระจะสอดคล้องกับอวัยวะบางส่วน อารมณ์ และความสามารถเฉพาะตัว การทำความเข้าใจและปรับสมดุลจักระจึงเป็นการเดินทางสู่การรู้จักตนเองอย่างลึกซึ้งและการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ มนุษย์ทุกคน มีจักระอยู่ 7 จุด ซึ่งมีสี และความหมาย ดังต่อไปนี้ จักระราก เรียกว่า มูลาธาระจักระ (Root Chakra): ตั้งอยู่ที่ฐานกระดูกสันหลัง มีสีแดง สื่อถึงความมั่นคง รากฐาน และความเชื่อมโยงกับโลกวัตถุ จักระเพศ เรียกว่า สวาธิษฐานจักระ (Sacral Chakra): อยู่ที่บริเวณท้องน้อย มีสีส้ม เกี่ยวข้องกับความรู้สึกทางเพศ ความสร้างสรรค์ และอารมณ์ จักระท้อง … Read moreจักระและการรู้จักธรรมชาติของตัวเอง
มนุษย์ทุกคนขับเคลื่อนชีวิตด้วยความกลัว และความกลัวทำให้เราต่างก็ต้องกระเสือกกระสนในการพัฒนาศักยภาพของตนเองเพื่อเอาชีวิตรอด! แต่ในแก่นของการพัฒนาจิตวิญญาณ ต่างก็กล่าวว่า “มนุษย์ควรอยู่เหนือจุดที่ใช้ความกลัวมาขับเคลื่อนชีวิต จึงจะเกิดการพัฒนาที่ก้าวกระโดด และได้รับความโชคดี” วิทยาศาสตร์ควอนตัม และพลังงาน ก็เช่นกัน หากใครที่ศึกษากฎแห่งแรงดึงดูด กฎการสั่นสะเทือน หรือกฎแห่งจักรวาลทั้งหลายมาแล้วบ้าง ก็จะพอเข้าใจ และพอจะเดาได้ว่า กฎแห่งจักรวาลเหล่านี้ สามารถนำมาใช้เชื่อมโยงกับแนวคิดมนุษย์นิยม (Naturalism) ได้อย่างประสานสอดคล้องกัน ด้วยความที่แนวคิด Naturalism ที่ยึดหลักการทางวิทยาศาสตร์เป็นแก่นหลัก ดังนั้น หลักฟิสิกส์ควอนตัมจึงเป็นหัวใจสำคัญในการศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งเนื้อหาเกี่ยวกับควอนตัมก็ได้กล่าวถึง “พลังงาน” และ “คลื่นความถี่” พร้อมกับการเชื่อมโยงอย่างมีเหตุมีผลเข้ากับประสิทธิภาพของสมองและจิตใจของมนุษย์ องค์ประกอบของศาสตร์ที่ว่าด้วยธรรมชาติของมนุษย์ ศาสตร์ที่เรียกว่า Human design ก็มีกลิ่นอายของมนุษย์นิยมเช่นกัน และยังเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยพลังงาน เป็นหลัก มีหลักการทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายถึงเบื้องหลังของการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานโลก จักรวาล และมนุษย์ การใช้ Human design เพื่อพัฒนาตนเองจึงสอดคล้องกับหลักการ Naturalism ไปด้วยในตัว จึงถือได้ว่า Human design เป็นองค์ประกอบหลักของธรรมชาตินิยมและสัจนิยม ในบทความนี้เราจะยังไม่ลงลึกมากนัก ถึงหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ค่อนข้างซับซ้อน อีกทั้งหลักปรัชญาทางจิตวิญญาณที่ต้องทำความเข้าใจเป็นเวลานานในการตกตะกอนทางความคิด ความเชื่อ ก็จะไม่ได้ถูกกล่าวถึงเช่นกัน แต่เราจะกล่าวแค่เพียงเพื่อให้ทุกคนที่อ่าน … Read moreHuman design ศาสตร์ที่มาแรงด้านการรู้จักตนเอง